กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
    หนึ่งในเสน่ห์ดึงดูดใจเพิ่มความน่าสนใจ นอกจากจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่มีทั้งเรื่องการแต่งตัวและบุคลิกภาพแล้ว กลิ่นกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมสดชื่นหรือกลิ่นแบบลึกลับน่าค้นหา ซึ่งการใส่น้ำหอมแท้ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่เสริมความมั่นใจให้กับหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่บางครั้ง น้ำหอมที่วางจำหน่ายหลากหลายแบรนด์และมีกลิ่นที่แตกต่างกันไป ทำให้เราตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี? จะเป็นน้ำหอมแท้หรือเปล่า กลิ่นเข้ากับเราหรือไม่ ดังนั้นเราควรรู้จักตัวเองก่อนว่ามีสไตล์แบบไหนเพื่อที่จะเลือกกลิ่นน้ำหอมออกมาได้ตรงกับคาแรคเตอร์และเพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น ถ้าเป็นสาวมั่น สปิริตแรง ลองเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นสดชื่น ไม่หวานจนเกินไป ทำให้ดูเป็นคนน่าเข้าหา อารมณ์ดี
    สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักกับประเภทของน้ำหอมที่มีความเข้มข้นต่างกัน เพราะจะช่วยให้เราเลือกซื้อได้ว่า อยากได้กลิ่นที่อยู่ติดทนนานแค่ไหน และมีงบประมาณที่เท่าใด เริ่มจากหัวน้ำหอมเจือจาง คือ
Eau de Cologne (EDC) มีความเข้มข้นน้อยที่สุด มีแอลกอฮอลล์เป็นส่วนประกอบ และมีน้ำหอม 2-4% ราคาน่าคบหาเพราะค่อนข้างถูก ติดทน 3-4 ชั่วโมง
Eau de Toilette (EDT) เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นอยู่ที่ 5-15%  เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมที่สุด ติดทนประมาณ 4-6 ชั่วโมง
Eau de Parfum (EDP) น้ำหอมที่มีความเข้มข้นขึ้นมาจาก EDT  มีปริมาณหัวน้ำหอม 15-20% ติดทน 7-8 ชั่วโมง
Parfum หรือ Perfume เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงสุด มีหัวน้ำหอมถึง 20-40% และติดทน 8-10 ชั่วโมง ดังนั้นราคาจะสูงตามไปด้วย
    เคล็ดลับในการฉีดน้ำหอมให้ติดทนได้ตลอดวัน นอกจากจะเลือกฉีดพรมบนผิวกายบริเวณที่สำคัญ เช่น ข้อมือ หลังใบหู ซอกคอ ข้อพับข้อศอกด้านใน ยังสามารถฉีดบริเวณชายเสื้อ หรือบนผ้าเพื่อเพิ่มความเซ็กซี่นิดๆ ได้อีกด้วย สำหรับมือใหม่ที่เลือกซื้อน้ำหอมหรือมองหากลิ่นใหม่ แนะนำว่าควรไปเทสที่ช็อปเพื่อให้ได้กลิ่นที่เราชอบ เพราะมีหลากหลายแบรนด์อย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) หรือแบรนด์อื่นๆ ลองเทสต์จากกระดาษแซมเปิ้ลจนได้กลิ่นที่พอใจ แล้วฉีดเบาๆ ตรงข้อพับมือเพื่อดูว่าเหมาะกับเราหรือไม่ เพราะอุณหภูมิในร่างกายของแต่ละคนนั้นส่งผลให้น้ำหอมมีกลิ่นที่แตกต่างกันไปอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองด้วยกลิ่นที่ใช่ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/fragrance.html หรือ https://www.yslbeautyth.com 
2


รับกดไลค์แฟนเพจ ราคาถูก การันตีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์นานกว่า 5 ปี
- มีผลต่ออันดับการค้นหาใน Facebook
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แฟนเพจของคุณ
- ราคาถูกที่สุด เพียงไลค์ละ 0.36 บาท
- เพิ่มการมองเห็นให้กับแฟนเพจ (ทั้งจากสมาชิกเพจเอง และเพื่อนของสมาชิกแฟนเพจด้วย)
- ทำให้แบรนด์สินค้าและแฟนเพจ มีการพูดถึงที่เพิ่มขึ้น
- เป็นการกดไลค์คนจริงๆ มีตัวตน คนไทย 100%
- เพิ่มไลค์แฟนเพจเสร็จไวใน 1 - 3 วัน
- ทดลองฟรี (10 ไลค์)

แพ็กเกจปั้มไลค์
1,000 ไลค์ ราคา 400 บาท
2,000 ไลค์ ราคา 750 บาท (ลด 50 บาท)
3,000 ไลค์ ราคา 1,100 บาท (ลด 100 บาท)
4,000 ไลค์ ราคา 1,450 บาท (ลด 150 บาท)
5,000 ไลค์ ราคา 1,800 บาท (ลด 200 บาท)

สอบถามโทร 062-898-1181
https://www.รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ.com

แท็ก: ปั้มไลค์, กดไลค์แฟนเพจ, รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ เป็นการโปรโมทแฟนเพจ เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าได้, ไลค์แฟนเพจเฟสบุ๊ค, เพิ่มไลค์แฟนเพจ, รับ Like Fanpage, จ้างปั้มไลค์, ปั้มยอดไลค์เป็นคนไทย 100%, รับปั้มไลค์เพจ, บริการปั้มไลค์ฟรี, ปั้มไลค์แฟนเพจ, ไลค์แฟนเพจ, รับทำเพจเฟสบุ๊ค, ปั้มเพจเฟสบุ๊ค, เพิ่ม Like, ปั้มไลค์เพจคนไทย, รับไลค์แฟนเพจ, ปั้มเพจ, รับเพิ่มไลค์แฟนเพจเฟสบุ๊ค, รับจ้างปั้มไลค์, วิธีปั้มไลค์ฟรี, สร้างเพจใหม่พร้อมยอดไลค์, จ้างกดไลค์, ปั้มไลค์ฟรี, ปั้มไลค์ Facebook, ปั้มไลค์ง่ายๆ, ปั้มเพจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยอดไลค์เพจเพจเยอะๆ, เพิ่มไลค์แฟนเพจ ราคาถูก, ปั่นไลค์, ปั้มไลค์เพจ Facebook, เพิ่มไลค์เพจ, Up Like Fanpage, โกงไลค์, รับเพิ่มไลค์, จ้างไลค์, บริการปั้มไลค์แฟนเพจฟรี, ซื้อไลค์แฟนเพจ, ปั้มไลค์ทั่วไป, รับทำไลค์แฟนเพจจำนวนมาก, ไลค์คนไทย 100%, Pump Like, รับทำไลค์ครบวงจร, รับไลค์ครบวงจรทั่วไทย, Auto Like, ไลค์รูป, เพิ่มไลค์เพจ ราคาถูก, รับทำเพจสินค้าพร้อมยอดไลค์, ปั้มไลค์สถานะ, ปั้มโพสต์, รับปั้มไลค์รูป, บริการเพิ่มไลค์แฟนเพจฟรี, รับจ้างกดไลค์, ปั้มไลค์เพจฟรี, สั่งไลค์แฟนเพจ, เพิ่มไลค์ฟรี, รับสร้างแฟนเพจพร้อมยอดไลค์, การเพิ่ม Like เป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายสินค้าของคุณนั่นเอง ด้วยงานบริการเพิ่มไลค์แฟนเพจระดับมืออาชีพ ประสบการณ์การทำงานหลายปี, กด Like, ปั้มไลค์ ในโทรศัพท์, ปั้มรูป, Like Fanpage, รับเพิ่ม Like Fanpage Facebook ราคาพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่ม Like Fanpage ให้ดูเป็นความน่าเชื่อถือของร้าน, บริการเพิ่มไลค์เฟสบุ๊คให้แฟนเพจ, เพิ่มไลค์, ปั้มไลค์รูปเฟส, แฟนเพจพร้อมยอดไลค์, กดไลค์รูป, ปั้มไลค์รูป Facebook, บริการเพิ่ม Like ให้แฟนเพจของคุณ โดยทีมงานระดับมืออาชีพ ในระยะเวลาอันสั้นและราคาถูก รับประกันไลค์จากคนไทย 100%, กดไลค์, ปั้มไลค์เฟสบุ๊ค, ไลค์แฟนเพจราคาถูก, จ้างเพิ่มไลค์, ปั้มไลค์เพจ, ไลค์แฟนเพจได้สูงสุดหนึ่งล้านไลค์, Add Like Fanpage, จ้างไลค์รูป, ปั้มไลค์มือถือ, ปั้มไลค์รูป, ปั้ม Like ฟรี, ไลค์ไลค์แฟนเพจ, ไลค์เพจ, ปั้มไลค์ครบวงจร, เพิ่มไลค์คนไทย, ปั้มไลค์ราคาถูก, รับจ้างเพิ่มไลค์



Related Links:
ซื้อไลค์เพจ รับปั้มไลค์แฟนเพจ บริการเพิ่มยอดไลค์เพจ เพิ่มไลค์คนไทยราคาถูก บริการกดไลค์แฟนเพจ
รับกดไลค์แฟนเพจ ซื้อไลค์ บริการปั้มไลค์เพจ ซื้อไลค์แฟนเพจคนไทย บริการเพิ่มไลค์
3


บริการเพิ่มไลค์แฟนเพจ การันตีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์นานกว่า 5 ปี
- เป็นการกดไลค์ของคนจริงๆ มีตัวตน คนไทย 100%
- ทำให้แบรนด์สินค้าและเพจ มีการพูดถึงเพิ่มขึ้น
- เพิ่มการเข้าถึงให้กับแฟนเพจ (ทั้งจากสมาชิกแฟนเพจเอง และเพื่อนของสมาชิกเพจด้วย)
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แฟนเพจของคุณ
- มีผลต่ออันดับการค้นหาใน Facebook
- ราคาถูกที่สุด เพียงไลค์ละ 0.36 บาท
- เพิ่มยอดไลค์เสร็จไวใน 1 - 3 วัน
- ทดลองฟรี (10 ไลค์)

แพ็กเกจปั้มไลค์
1,000 ไลค์ ราคา 400 บาท
2,000 ไลค์ ราคา 750 บาท (ลด 50 บาท)
3,000 ไลค์ ราคา 1,100 บาท (ลด 100 บาท)
4,000 ไลค์ ราคา 1,450 บาท (ลด 150 บาท)
5,000 ไลค์ ราคา 1,800 บาท (ลด 200 บาท)

สอบถามโทร 062-898-1181
https://www.รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ.com

แท็ก: รับทำไลค์แฟนเพจจำนวนมาก, จ้างไลค์รูป, รับเพิ่มไลค์แฟนเพจเฟสบุ๊ค, รับเพิ่มไลค์, เพิ่มไลค์แฟนเพจ, เพิ่ม Like, ปั้มยอดไลค์เป็นคนไทย 100%, Pump Like, ปั้มไลค์เพจคนไทย, กด Like, ปั้มไลค์ง่ายๆ, ปั้มไลค์เพจ, รับทำเพจเฟสบุ๊ค, รับทำเพจสินค้าพร้อมยอดไลค์, ปั้มโพสต์, รับปั้มไลค์เพจ, ปั้มเพจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยอดไลค์เพจเพจเยอะๆ, เพิ่มไลค์ฟรี, รับไลค์แฟนเพจ, จ้างเพิ่มไลค์, ปั้มไลค์ราคาถูก, ปั้ม Like ฟรี, ปั้มไลค์เพจฟรี, ปั้มไลค์ฟรี, การเพิ่ม Like เป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายสินค้าของคุณนั่นเอง ด้วยงานบริการเพิ่มไลค์แฟนเพจระดับมืออาชีพ ประสบการณ์การทำงานหลายปี, ไลค์เพจ, บริการเพิ่มไลค์แฟนเพจฟรี, ปั่นไลค์, บริการเพิ่มไลค์เฟสบุ๊คให้แฟนเพจ, เพิ่มไลค์คนไทย, สร้างเพจใหม่พร้อมยอดไลค์, ปั้มไลค์มือถือ, ปั้มไลค์ทั่วไป, รับจ้างกดไลค์, รับไลค์ครบวงจรทั่วไทย, รับ Like Fanpage, เพิ่มไลค์, ไลค์แฟนเพจราคาถูก, เพิ่มไลค์เพจ ราคาถูก, จ้างปั้มไลค์, บริการปั้มไลค์แฟนเพจฟรี, ปั้มไลค์เฟสบุ๊ค, รับจ้างเพิ่มไลค์, ปั้มไลค์เพจ Facebook, ปั้มไลค์ ในโทรศัพท์, รับปั้มไลค์รูป, สั่งไลค์แฟนเพจ, กดไลค์รูป, ปั้มไลค์, แฟนเพจพร้อมยอดไลค์, จ้างกดไลค์, กดไลค์แฟนเพจ, โกงไลค์, ปั้มไลค์แฟนเพจ, ไลค์แฟนเพจเฟสบุ๊ค, รับเพิ่ม Like Fanpage Facebook ราคาพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่ม Like Fanpage ให้ดูเป็นความน่าเชื่อถือของร้าน, ไลค์แฟนเพจได้สูงสุดหนึ่งล้านไลค์, ปั้มไลค์รูป Facebook, Like Fanpage, ปั้มไลค์ Facebook, ปั้มเพจ, จ้างไลค์, Add Like Fanpage, ไลค์คนไทย 100%, ปั้มไลค์ครบวงจร, ปั้มไลค์รูป, ไลค์แฟนเพจ, เพิ่มไลค์แฟนเพจ ราคาถูก, กดไลค์, วิธีปั้มไลค์ฟรี, รับสร้างแฟนเพจพร้อมยอดไลค์, ไลค์ไลค์แฟนเพจ, บริการปั้มไลค์ฟรี, ไลค์รูป, ปั้มรูป, ปั้มเพจเฟสบุ๊ค, เพิ่มไลค์เพจ, บริการเพิ่ม Like ให้แฟนเพจของคุณ โดยทีมงานระดับมืออาชีพ ในระยะเวลาอันสั้นและราคาถูก รับประกันไลค์จากคนไทย 100%, ปั้มไลค์สถานะ, Auto Like, รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ เป็นการโปรโมทแฟนเพจ เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าได้, รับจ้างปั้มไลค์, Up Like Fanpage, รับทำไลค์ครบวงจร, ปั้มไลค์รูปเฟส, ซื้อไลค์แฟนเพจ



Related Links:
บริการเพิ่มไลค์เพจ รับจ้างกดไลค์เพจ จ้างปั้มไลค์เพจ ซื้อไลค์แฟนเพจ เพิ่มไลค์แฟนเพจคนไทยราคาถูก
บริการเพิ่มยอดไลค์ รับปั้มไลค์เพจ บริการกดไลค์แฟนเพจ ซื้อไลค์แฟนเพจ เพิ่มไลค์คนไทย
4


รับจ้างปั้มยอดไลค์แฟนเพจ การันตีคุณภาพ ด้วยประสบการณ์นานกว่า 5 ปี
- มีผลต่ออันดับการค้นหาใน Facebook
- เป็นการกดไลค์ของคนจริง มีตัวตน คนไทย 100%
- ราคาถูกที่สุด เพียงไลค์ละ 0.36 บาท
- ทำให้แบรนด์สินค้าและแฟนเพจ มีการพูดถึงที่เพิ่มขึ้น
- เพิ่มการเข้าถึงให้กับเพจ (ทั้งจากสมาชิกเพจเอง และเพื่อนของสมาชิกแฟนเพจด้วย)
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้เพจ
- ปั้มไลค์แฟนเพจเสร็จไวใน 1 - 3 วัน
- ทดลองฟรี (10 ไลค์)

แพ็กเกจปั้มไลค์
1,000 ไลค์ ราคา 400 บาท
2,000 ไลค์ ราคา 750 บาท (ลด 50 บาท)
3,000 ไลค์ ราคา 1,100 บาท (ลด 100 บาท)
4,000 ไลค์ ราคา 1,450 บาท (ลด 150 บาท)
5,000 ไลค์ ราคา 1,800 บาท (ลด 200 บาท)

สอบถามโทร 062-898-1181
https://www.รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ.com

แท็ก: ปั้มรูป, บริการเพิ่ม Like ให้แฟนเพจของคุณ โดยทีมงานระดับมืออาชีพ ในระยะเวลาอันสั้นและราคาถูก รับประกันไลค์จากคนไทย 100%, เพิ่มไลค์คนไทย, รับเพิ่มไลค์, เพิ่มไลค์ฟรี, เพิ่มไลค์เพจ, ปั้มโพสต์, ปั้มไลค์ง่ายๆ, เพิ่มไลค์เพจ ราคาถูก, ปั้มไลค์เฟสบุ๊ค, บริการปั้มไลค์ฟรี, สร้างเพจใหม่พร้อมยอดไลค์, กด Like, จ้างไลค์, ปั้มไลค์ทั่วไป, จ้างกดไลค์, ปั้มไลค์รูป, รับเพิ่ม Like Fanpage Facebook ราคาพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่ม Like Fanpage ให้ดูเป็นความน่าเชื่อถือของร้าน, รับไลค์ครบวงจรทั่วไทย, ปั้มไลค์สถานะ, ปั้มไลค์ Facebook, รับปั้มไลค์รูป, Add Like Fanpage, รับจ้างกดไลค์, ปั้มไลค์ ในโทรศัพท์, Auto Like, ปั้มเพจ, Like Fanpage, รับจ้างปั้มไลค์, ปั้มไลค์เพจฟรี, รับทำไลค์แฟนเพจจำนวนมาก, รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ เป็นการโปรโมทแฟนเพจ เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าได้, Pump Like, การเพิ่ม Like เป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายสินค้าของคุณนั่นเอง ด้วยงานบริการเพิ่มไลค์แฟนเพจระดับมืออาชีพ ประสบการณ์การทำงานหลายปี, ไลค์แฟนเพจได้สูงสุดหนึ่งล้านไลค์, กดไลค์รูป, รับ Like Fanpage, ปั้มยอดไลค์เป็นคนไทย 100%, ไลค์แฟนเพจ, ปั้มไลค์รูปเฟส, รับสร้างแฟนเพจพร้อมยอดไลค์, จ้างไลค์รูป, รับปั้มไลค์เพจ, รับไลค์แฟนเพจ, ไลค์แฟนเพจเฟสบุ๊ค, เพิ่มไลค์, ซื้อไลค์แฟนเพจ, ปั้มไลค์มือถือ, เพิ่ม Like, บริการเพิ่มไลค์เฟสบุ๊คให้แฟนเพจ, กดไลค์, ปั้มไลค์ครบวงจร, โกงไลค์, รับจ้างเพิ่มไลค์, ไลค์คนไทย 100%, รับทำเพจสินค้าพร้อมยอดไลค์, Up Like Fanpage, รับเพิ่มไลค์แฟนเพจเฟสบุ๊ค, เพิ่มไลค์แฟนเพจ, บริการเพิ่มไลค์แฟนเพจฟรี, ปั้มไลค์เพจคนไทย, ปั่นไลค์, ปั้มไลค์เพจ Facebook, ปั้มเพจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยอดไลค์เพจเพจเยอะๆ, ปั้มไลค์แฟนเพจ, ไลค์แฟนเพจราคาถูก, ปั้ม Like ฟรี, ปั้มไลค์เพจ, รับทำเพจเฟสบุ๊ค, กดไลค์แฟนเพจ, สั่งไลค์แฟนเพจ, ไลค์รูป, ปั้มเพจเฟสบุ๊ค, รับทำไลค์ครบวงจร, ปั้มไลค์, ไลค์เพจ, ปั้มไลค์ฟรี, เพิ่มไลค์แฟนเพจ ราคาถูก, ปั้มไลค์รูป Facebook, แฟนเพจพร้อมยอดไลค์, ไลค์ไลค์แฟนเพจ, วิธีปั้มไลค์ฟรี, จ้างปั้มไลค์, จ้างเพิ่มไลค์, ปั้มไลค์ราคาถูก, บริการปั้มไลค์แฟนเพจฟรี



Related Links:
รับเพิ่มไลค์เพจ ซื้อไลค์เพจ จ้างปั้มไลค์แฟนเพจ บริการกดไลค์แฟนเพจ ซื้อไลค์คนไทย
เพิ่มไลค์คนไทยราคาถูก รับปั้มไลค์ บริการกดไลค์เพจ ซื้อไลค์เพจ รับเพิ่มไลค์เพจ
5
    หนึ่งในเสน่ห์ดึงดูดใจเพิ่มความน่าสนใจ นอกจากจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่มีทั้งเรื่องการแต่งตัวและบุคลิกภาพแล้ว กลิ่นกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมสดชื่นหรือกลิ่นแบบลึกลับน่าค้นหา ซึ่งการใส่น้ำหอมแท้ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่เสริมความมั่นใจให้กับหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่บางครั้ง น้ำหอมที่วางจำหน่ายหลากหลายแบรนด์และมีกลิ่นที่แตกต่างกันไป ทำให้เราตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี? จะเป็นน้ำหอมแท้หรือเปล่า กลิ่นเข้ากับเราหรือไม่ ดังนั้นเราควรรู้จักตัวเองก่อนว่ามีสไตล์แบบไหนเพื่อที่จะเลือกกลิ่นน้ำหอมออกมาได้ตรงกับคาแรคเตอร์และเพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น ถ้าเป็นสาวมั่น สปิริตแรง ลองเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นสดชื่น ไม่หวานจนเกินไป ทำให้ดูเป็นคนน่าเข้าหา อารมณ์ดี
    สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักกับประเภทของน้ำหอมที่มีความเข้มข้นต่างกัน เพราะจะช่วยให้เราเลือกซื้อได้ว่า อยากได้กลิ่นที่อยู่ติดทนนานแค่ไหน และมีงบประมาณที่เท่าใด เริ่มจากหัวน้ำหอมเจือจาง คือ
Eau de Cologne (EDC) มีความเข้มข้นน้อยที่สุด มีแอลกอฮอลล์เป็นส่วนประกอบ และมีน้ำหอม 2-4% ราคาน่าคบหาเพราะค่อนข้างถูก ติดทน 3-4 ชั่วโมง
Eau de Toilette (EDT) เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นอยู่ที่ 5-15%  เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมที่สุด ติดทนประมาณ 4-6 ชั่วโมง
Eau de Parfum (EDP) น้ำหอมที่มีความเข้มข้นขึ้นมาจาก EDT  มีปริมาณหัวน้ำหอม 15-20% ติดทน 7-8 ชั่วโมง
Parfum หรือ Perfume เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงสุด มีหัวน้ำหอมถึง 20-40% และติดทน 8-10 ชั่วโมง ดังนั้นราคาจะสูงตามไปด้วย
    เคล็ดลับในการฉีดน้ำหอมให้ติดทนได้ตลอดวัน นอกจากจะเลือกฉีดพรมบนผิวกายบริเวณที่สำคัญ เช่น ข้อมือ หลังใบหู ซอกคอ ข้อพับข้อศอกด้านใน ยังสามารถฉีดบริเวณชายเสื้อ หรือบนผ้าเพื่อเพิ่มความเซ็กซี่นิดๆ ได้อีกด้วย สำหรับมือใหม่ที่เลือกซื้อน้ำหอมหรือมองหากลิ่นใหม่ แนะนำว่าควรไปเทสที่ช็อปเพื่อให้ได้กลิ่นที่เราชอบ เพราะมีหลากหลายแบรนด์อย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) หรือแบรนด์อื่นๆ ลองเทสต์จากกระดาษแซมเปิ้ลจนได้กลิ่นที่พอใจ แล้วฉีดเบาๆ ตรงข้อพับมือเพื่อดูว่าเหมาะกับเราหรือไม่ เพราะอุณหภูมิในร่างกายของแต่ละคนนั้นส่งผลให้น้ำหอมมีกลิ่นที่แตกต่างกันไปอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองด้วยกลิ่นที่ใช่ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/fragrance.html หรือ https://www.yslbeautyth.com 
6
    การทำความสะอาดใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากแต่ละวันที่เราแต่งหน้าจัดเต็ม ทั้งเมคอัพเบส มาสคาร่า รองพื้น ไหนจะบลัชออน และลิปสติกเนื้อแมทท์ที่ติดทนทาน 24 ชั่วโมง ถ้าหากล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดหมดจด ปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นสิว ที่เกิดจากสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนอย่างแน่นอน และหน้าก็จะเหี่ยวไว เกิดริ้วรอยแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ ทุกคนจะต้องทำความรู้จักคลีนเซอร์ (Cleanser) เพื่อที่จะขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพทั้งหลายให้เกลี้ยง
    หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิ่งทั้งคลีนเซอร์ และคลีนซิ่ง ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบรนด์ไหนจะเลือกให้เป็นสินค้าประเภทใด แต่คลีนเซอร์ก็จะเหมือนไอเทมที่ช่วยล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด แบบที่โฟมล้างหน้าปกติที่เราใช้อยู่ทุกวันทำไม่ได้ เวลาสาวๆ เช็ดเครื่องสำอางเฉพาะจุด เราจะใช้คลีนซิ่ง เช่น เช็ดมาสคาร่าและอายแชร์โดวจากงานปาร์ตี้ เช็ดลิปสติกออกให้เกลี้ยง จากนั้นเราจึงตามด้วยคลีนเซอร์ ที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลว โลชั่น เจลล้างหน้า หรือโฟม เพื่อทำความสะอาดอีกขั้นอย่างล้ำลึกทั่วใบหน้า หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่งนั่นเอง
    ประเภทของคลีนซิ่ง มีด้วยกันหลักๆ คือ 1.โลขั่นแบบน้ำสำหรับเช็ดเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นกลุ่ม oil-free 2.คลีนซิ่งแบบออย เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าจัด เพราะขจัดเครื่องสำอางได้ดี 3.แบบบาล์มหรือเนื้อครีม เหมาะสำหรับแต่งหน้าจัดๆ เช่นกัน แต่มักใช้แบบนวดวนเบาๆ บนใบหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางหลุดออก ส่วนคลีนเซอร์(Cleanser) มักจะใช้น้ำทำความสะอาดอีกขั้นตอนเพื่อมั่นใจได้ว่าผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง แบ่งออกหลักๆ เป็น 4 ประเภท คือ 1.แบบโฟมคลีนเซอร์ เป็นที่นิยมในสาวๆ ส่วนใหญ่ เพราะจะรู้สึกว่าทำความสะอาดผิวหน้าได้หมดจด แต่อาจไม่เหมาะกับผิวแห้งเพราะจะทำให้หน้าตึงเกินไป 2.แบบเจลคลีนเซอร์ ประเภทนี้ปราศจากน้ำมัน ช่วยให้ล้างออกง่าย เหมาะสำหรับผิวผสมหรือผิวมัน 3.โลชั่นคลีนเซอร์ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ทำความสะอาดเครื่องสำอางหมดจดแต่ยังรู้สึกชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง 4.มูสคลีนเซอร์ ทำความสะอาดได้คล้ายกับแบบเจล แต่เนื้อเหลวกว่า ปั๊มขึ้นมาเป็นฟองเนื้อมูสทำความสะอาดใบหน้า และผ่อนคลาย
ถ้ามองหาคลีนเซอร์ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกหรือผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางล่ะก็ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ลองไปดูได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/cleansers-toners.html และหลังล้างหน้า อย่าลืมบำรุงด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ลองดูสินค้าเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.yslbeautyth.com
7
    การทำความสะอาดใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากแต่ละวันที่เราแต่งหน้าจัดเต็ม ทั้งเมคอัพเบส มาสคาร่า รองพื้น ไหนจะบลัชออน และลิปสติกเนื้อแมทท์ที่ติดทนทาน 24 ชั่วโมง ถ้าหากล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดหมดจด ปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นสิว ที่เกิดจากสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนอย่างแน่นอน และหน้าก็จะเหี่ยวไว เกิดริ้วรอยแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ ทุกคนจะต้องทำความรู้จักคลีนเซอร์ (Cleanser) เพื่อที่จะขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพทั้งหลายให้เกลี้ยง
    หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิ่งทั้งคลีนเซอร์ และคลีนซิ่ง ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบรนด์ไหนจะเลือกให้เป็นสินค้าประเภทใด แต่คลีนเซอร์ก็จะเหมือนไอเทมที่ช่วยล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด แบบที่โฟมล้างหน้าปกติที่เราใช้อยู่ทุกวันทำไม่ได้ เวลาสาวๆ เช็ดเครื่องสำอางเฉพาะจุด เราจะใช้คลีนซิ่ง เช่น เช็ดมาสคาร่าและอายแชร์โดวจากงานปาร์ตี้ เช็ดลิปสติกออกให้เกลี้ยง จากนั้นเราจึงตามด้วยคลีนเซอร์ ที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลว โลชั่น เจลล้างหน้า หรือโฟม เพื่อทำความสะอาดอีกขั้นอย่างล้ำลึกทั่วใบหน้า หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่งนั่นเอง
    ประเภทของคลีนซิ่ง มีด้วยกันหลักๆ คือ 1.โลขั่นแบบน้ำสำหรับเช็ดเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นกลุ่ม oil-free 2.คลีนซิ่งแบบออย เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าจัด เพราะขจัดเครื่องสำอางได้ดี 3.แบบบาล์มหรือเนื้อครีม เหมาะสำหรับแต่งหน้าจัดๆ เช่นกัน แต่มักใช้แบบนวดวนเบาๆ บนใบหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางหลุดออก ส่วนคลีนเซอร์(Cleanser) มักจะใช้น้ำทำความสะอาดอีกขั้นตอนเพื่อมั่นใจได้ว่าผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง แบ่งออกหลักๆ เป็น 4 ประเภท คือ 1.แบบโฟมคลีนเซอร์ เป็นที่นิยมในสาวๆ ส่วนใหญ่ เพราะจะรู้สึกว่าทำความสะอาดผิวหน้าได้หมดจด แต่อาจไม่เหมาะกับผิวแห้งเพราะจะทำให้หน้าตึงเกินไป 2.แบบเจลคลีนเซอร์ ประเภทนี้ปราศจากน้ำมัน ช่วยให้ล้างออกง่าย เหมาะสำหรับผิวผสมหรือผิวมัน 3.โลชั่นคลีนเซอร์ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ทำความสะอาดเครื่องสำอางหมดจดแต่ยังรู้สึกชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง 4.มูสคลีนเซอร์ ทำความสะอาดได้คล้ายกับแบบเจล แต่เนื้อเหลวกว่า ปั๊มขึ้นมาเป็นฟองเนื้อมูสทำความสะอาดใบหน้า และผ่อนคลาย
ถ้ามองหาคลีนเซอร์ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกหรือผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางล่ะก็ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ลองไปดูได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/cleansers-toners.html และหลังล้างหน้า อย่าลืมบำรุงด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ลองดูสินค้าเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.yslbeautyth.com
8
    การทำความสะอาดใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากแต่ละวันที่เราแต่งหน้าจัดเต็ม ทั้งเมคอัพเบส มาสคาร่า รองพื้น ไหนจะบลัชออน และลิปสติกเนื้อแมทท์ที่ติดทนทาน 24 ชั่วโมง ถ้าหากล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดหมดจด ปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นสิว ที่เกิดจากสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนอย่างแน่นอน และหน้าก็จะเหี่ยวไว เกิดริ้วรอยแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ ทุกคนจะต้องทำความรู้จักคลีนเซอร์ (Cleanser) เพื่อที่จะขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพทั้งหลายให้เกลี้ยง
    หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิ่งทั้งคลีนเซอร์ และคลีนซิ่ง ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบรนด์ไหนจะเลือกให้เป็นสินค้าประเภทใด แต่คลีนเซอร์ก็จะเหมือนไอเทมที่ช่วยล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด แบบที่โฟมล้างหน้าปกติที่เราใช้อยู่ทุกวันทำไม่ได้ เวลาสาวๆ เช็ดเครื่องสำอางเฉพาะจุด เราจะใช้คลีนซิ่ง เช่น เช็ดมาสคาร่าและอายแชร์โดวจากงานปาร์ตี้ เช็ดลิปสติกออกให้เกลี้ยง จากนั้นเราจึงตามด้วยคลีนเซอร์ ที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลว โลชั่น เจลล้างหน้า หรือโฟม เพื่อทำความสะอาดอีกขั้นอย่างล้ำลึกทั่วใบหน้า หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่งนั่นเอง
    ประเภทของคลีนซิ่ง มีด้วยกันหลักๆ คือ 1.โลขั่นแบบน้ำสำหรับเช็ดเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นกลุ่ม oil-free 2.คลีนซิ่งแบบออย เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าจัด เพราะขจัดเครื่องสำอางได้ดี 3.แบบบาล์มหรือเนื้อครีม เหมาะสำหรับแต่งหน้าจัดๆ เช่นกัน แต่มักใช้แบบนวดวนเบาๆ บนใบหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางหลุดออก ส่วนคลีนเซอร์(Cleanser) มักจะใช้น้ำทำความสะอาดอีกขั้นตอนเพื่อมั่นใจได้ว่าผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง แบ่งออกหลักๆ เป็น 4 ประเภท คือ 1.แบบโฟมคลีนเซอร์ เป็นที่นิยมในสาวๆ ส่วนใหญ่ เพราะจะรู้สึกว่าทำความสะอาดผิวหน้าได้หมดจด แต่อาจไม่เหมาะกับผิวแห้งเพราะจะทำให้หน้าตึงเกินไป 2.แบบเจลคลีนเซอร์ ประเภทนี้ปราศจากน้ำมัน ช่วยให้ล้างออกง่าย เหมาะสำหรับผิวผสมหรือผิวมัน 3.โลชั่นคลีนเซอร์ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ทำความสะอาดเครื่องสำอางหมดจดแต่ยังรู้สึกชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง 4.มูสคลีนเซอร์ ทำความสะอาดได้คล้ายกับแบบเจล แต่เนื้อเหลวกว่า ปั๊มขึ้นมาเป็นฟองเนื้อมูสทำความสะอาดใบหน้า และผ่อนคลาย
ถ้ามองหาคลีนเซอร์ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกหรือผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางล่ะก็ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ลองไปดูได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/cleansers-toners.html และหลังล้างหน้า อย่าลืมบำรุงด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ลองดูสินค้าเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.yslbeautyth.com
9
    การทำความสะอาดใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากแต่ละวันที่เราแต่งหน้าจัดเต็ม ทั้งเมคอัพเบส มาสคาร่า รองพื้น ไหนจะบลัชออน และลิปสติกเนื้อแมทท์ที่ติดทนทาน 24 ชั่วโมง ถ้าหากล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดหมดจด ปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นสิว ที่เกิดจากสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนอย่างแน่นอน และหน้าก็จะเหี่ยวไว เกิดริ้วรอยแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ ทุกคนจะต้องทำความรู้จักคลีนเซอร์ (Cleanser) เพื่อที่จะขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพทั้งหลายให้เกลี้ยง
    หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิ่งทั้งคลีนเซอร์ และคลีนซิ่ง ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบรนด์ไหนจะเลือกให้เป็นสินค้าประเภทใด แต่คลีนเซอร์ก็จะเหมือนไอเทมที่ช่วยล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด แบบที่โฟมล้างหน้าปกติที่เราใช้อยู่ทุกวันทำไม่ได้ เวลาสาวๆ เช็ดเครื่องสำอางเฉพาะจุด เราจะใช้คลีนซิ่ง เช่น เช็ดมาสคาร่าและอายแชร์โดวจากงานปาร์ตี้ เช็ดลิปสติกออกให้เกลี้ยง จากนั้นเราจึงตามด้วยคลีนเซอร์ ที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลว โลชั่น เจลล้างหน้า หรือโฟม เพื่อทำความสะอาดอีกขั้นอย่างล้ำลึกทั่วใบหน้า หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่งนั่นเอง
    ประเภทของคลีนซิ่ง มีด้วยกันหลักๆ คือ 1.โลขั่นแบบน้ำสำหรับเช็ดเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นกลุ่ม oil-free 2.คลีนซิ่งแบบออย เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าจัด เพราะขจัดเครื่องสำอางได้ดี 3.แบบบาล์มหรือเนื้อครีม เหมาะสำหรับแต่งหน้าจัดๆ เช่นกัน แต่มักใช้แบบนวดวนเบาๆ บนใบหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางหลุดออก ส่วนคลีนเซอร์(Cleanser) มักจะใช้น้ำทำความสะอาดอีกขั้นตอนเพื่อมั่นใจได้ว่าผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง แบ่งออกหลักๆ เป็น 4 ประเภท คือ 1.แบบโฟมคลีนเซอร์ เป็นที่นิยมในสาวๆ ส่วนใหญ่ เพราะจะรู้สึกว่าทำความสะอาดผิวหน้าได้หมดจด แต่อาจไม่เหมาะกับผิวแห้งเพราะจะทำให้หน้าตึงเกินไป 2.แบบเจลคลีนเซอร์ ประเภทนี้ปราศจากน้ำมัน ช่วยให้ล้างออกง่าย เหมาะสำหรับผิวผสมหรือผิวมัน 3.โลชั่นคลีนเซอร์ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ทำความสะอาดเครื่องสำอางหมดจดแต่ยังรู้สึกชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง 4.มูสคลีนเซอร์ ทำความสะอาดได้คล้ายกับแบบเจล แต่เนื้อเหลวกว่า ปั๊มขึ้นมาเป็นฟองเนื้อมูสทำความสะอาดใบหน้า และผ่อนคลาย
ถ้ามองหาคลีนเซอร์ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกหรือผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางล่ะก็ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ลองไปดูได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/cleansers-toners.html และหลังล้างหน้า อย่าลืมบำรุงด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ลองดูสินค้าเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.yslbeautyth.com
10
    การทำความสะอาดใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากแต่ละวันที่เราแต่งหน้าจัดเต็ม ทั้งเมคอัพเบส มาสคาร่า รองพื้น ไหนจะบลัชออน และลิปสติกเนื้อแมทท์ที่ติดทนทาน 24 ชั่วโมง ถ้าหากล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดหมดจด ปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นสิว ที่เกิดจากสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนอย่างแน่นอน และหน้าก็จะเหี่ยวไว เกิดริ้วรอยแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ ทุกคนจะต้องทำความรู้จักคลีนเซอร์ (Cleanser) เพื่อที่จะขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพทั้งหลายให้เกลี้ยง
    หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิ่งทั้งคลีนเซอร์ และคลีนซิ่ง ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบรนด์ไหนจะเลือกให้เป็นสินค้าประเภทใด แต่คลีนเซอร์ก็จะเหมือนไอเทมที่ช่วยล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด แบบที่โฟมล้างหน้าปกติที่เราใช้อยู่ทุกวันทำไม่ได้ เวลาสาวๆ เช็ดเครื่องสำอางเฉพาะจุด เราจะใช้คลีนซิ่ง เช่น เช็ดมาสคาร่าและอายแชร์โดวจากงานปาร์ตี้ เช็ดลิปสติกออกให้เกลี้ยง จากนั้นเราจึงตามด้วยคลีนเซอร์ ที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลว โลชั่น เจลล้างหน้า หรือโฟม เพื่อทำความสะอาดอีกขั้นอย่างล้ำลึกทั่วใบหน้า หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่งนั่นเอง
    ประเภทของคลีนซิ่ง มีด้วยกันหลักๆ คือ 1.โลขั่นแบบน้ำสำหรับเช็ดเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นกลุ่ม oil-free 2.คลีนซิ่งแบบออย เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าจัด เพราะขจัดเครื่องสำอางได้ดี 3.แบบบาล์มหรือเนื้อครีม เหมาะสำหรับแต่งหน้าจัดๆ เช่นกัน แต่มักใช้แบบนวดวนเบาๆ บนใบหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางหลุดออก ส่วนคลีนเซอร์(Cleanser) มักจะใช้น้ำทำความสะอาดอีกขั้นตอนเพื่อมั่นใจได้ว่าผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง แบ่งออกหลักๆ เป็น 4 ประเภท คือ 1.แบบโฟมคลีนเซอร์ เป็นที่นิยมในสาวๆ ส่วนใหญ่ เพราะจะรู้สึกว่าทำความสะอาดผิวหน้าได้หมดจด แต่อาจไม่เหมาะกับผิวแห้งเพราะจะทำให้หน้าตึงเกินไป 2.แบบเจลคลีนเซอร์ ประเภทนี้ปราศจากน้ำมัน ช่วยให้ล้างออกง่าย เหมาะสำหรับผิวผสมหรือผิวมัน 3.โลชั่นคลีนเซอร์ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ทำความสะอาดเครื่องสำอางหมดจดแต่ยังรู้สึกชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง 4.มูสคลีนเซอร์ ทำความสะอาดได้คล้ายกับแบบเจล แต่เนื้อเหลวกว่า ปั๊มขึ้นมาเป็นฟองเนื้อมูสทำความสะอาดใบหน้า และผ่อนคลาย
ถ้ามองหาคลีนเซอร์ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกหรือผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางล่ะก็ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (Yves Saint Laurent Beauté) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ลองไปดูได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/cleansers-toners.html และหลังล้างหน้า อย่าลืมบำรุงด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว ลองดูสินค้าเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.yslbeautyth.com
หน้า: [1] 2 3 ... 10